วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การใช้งาน Tooling ให้ยาวนาน ต้องใช้งานอย่างถูกต้อง

มีหลายปัจจัยที่ช่วยให้ Tooling สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า อาทิ เช่น

1. ความสัมพันธ์ของขนาดและความหนาของแผ่นเหล็ก เป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับ Tooling



2. การเลือกใช้ Clearance ให้ตรงกับความหนาของแผ่นเหล็กที่ใช้งาน

3. การเลือกใช้ Clearance ให้สอดคล้องกับชนิดของแผ่นเหล็กที่ใช้งาน



4. ตรวจเช็คสภาพของ Tooling อย่างสม่ำเสมอ


หลายปัจจัยที่ทำให้ Tooling ใช้งานได้ยาวนานอย่างมีคุณภาพ และคุ้มค่า


สนใจปรึกษาและสอบถามได้ที่ เอกชัย ไอไอที กรุ๊ป 084-7711559 หรือwww.iitgroup.in.th
เราพร้อมให้บริการ คำแนะนำ ปรึกษา เกียวกับ เครื่องพันช์ เครื่องปั้ม Turret Punch Press Murata 

#‎Murata‬#Muratec# เครื่องพันช์#Punch#Punching#Turret Punch Press#Turret Punch#มูราตะ#Murata punch#Murata Punching#muratec Punch#muratec Punching#งานพันช์#งานโลหะแผ่น#เครื่องพันช์ cnc#ขายเครื่องพับ

#MURATA #MURATATOOL #TURRETPUNCHPRESS
By IIT GROUP

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ลวดวายคัต Brass EDM Wire
 
       AEC ทำให้การแข่งขั้นทางธุรกิจไม่ได้เกิดกับบริษัทในประเทศเพียงอย่างเดียว AEC ยังทำให้เราต้องแข่งกับประเทศ AEC ด้วยกันอีกด้วย ทำให้เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาโรงงานของเราให้ทันต่อการเปิดประเทศอีกด้วย
 
       ในยุโรปและอเมริการ ต่อมาก็ญี่ปุ่นและอินเดีย มีลวดที่ใช้กับเครื่องวายคัตจะเป็นลวด coated wire ทั้งสิ้น  โดยลวด coated wire นี้ ผลิตออกมาหลายชนิดเพื่อให้เหมาะสมกับงาน ความหนา ผิวงาน ลักษณะการตั้งค่าไฟของเครื่อง wire cut แต่ละรุ่นเครื่องและแต่ละยี่ห้อของเครื่องวายคัตอีกด้วย
สาเหตุที่ต้องเลือกลวดให้เหมาะสมกับลักษณะดังกล่าว พอสรุปเป็นสังเขปได้ดังนี้
1) เพื่อให้ลวดสามารถนำกระแสไฟฟ้าได้เหมาะสมกับชิ้นงาน เช่น
ชิ้นงานเป็นทองแดง ลวดที่นำมาตัดควรเป็นทองเหลือง
ชิ้นงานที่เป็นเหล็กเกรด ลวดที่นำมาตัดความเป็นลวดทองแดง
       เพราะทองแดงนำกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่าทองเหลือง ดังนั้นถ้าชิ้นงานที่นำมาตัดเป็นเหล็ก ถ้าเราใช้ลวดทองเหลืองตัด กับใช้ลวดทองแดงตัด แน่นอน ความเร็วที่ได้ย่อมต่างกัน ผิวงานที่ได้ย่อมเรียบต่างกัน

 
       ลวดโดยทั่วไปจะมีส่วนผสมของ Cu และ ZN   โดย Cu จะเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าที่ดี ดังนั้นลวดที่มี Cuมากจะกินชิ้นงานได้เร็วและเรียบกว่าลวดที่มี Cu น้อย 
 
       นอกจากชิ้นงานเป็นทองแดงและเหล็กแล้วยังมีชิ้นงานประเภท carbide, aluminum, graphite ก็จะนำไฟฟ้าแตกต่างกัน ลวดที่นำมาตัดก็จะแตกต่างกันออกไป
     2. เลือกลวดให้เหมาะสมกับความหนาและ Taper องศาของงาน ส่วนสำคัญอีกอย่างที่ควรทราบสำหรับการเลือกลวดคือ tensile strength
       ในเบื้องต้น tensile strength จะถูกระบุจากเครื่องจักรมาแล้ว เช่น เครื่องจากยุโรป เช่น Charmilles,Agie ลวดที่ใช้มาตรฐานจะต้องมีค่า tensile อยู่ที่ 510 N/mm2  สำหรับเครื่องญี่ปุ่นหรือผลิตตามมาตรฐาน JIS จะมีค่า tensile strength มาตรฐานอยู่ที่ 980N/mm2 (100 Kg/mm2)
 
ลวด wire cut ในบ้านเราที่มีขายพอจะแบ่งได้ 4 ชนิด ดังนี้
      ชนิดของลวด Wire Cut                   Tensile Strangth
(S)     Soft                                           390 – 490 N/mm2
(SH)   Simi Hard                                  491 – 700 N/mm2
(H)     Hard                                                 900 N/mm2
(SPE) Special (Elongation mm 2%)           900 N/mm2
Taper    Highest           Cutting Rate at workpiece height of
            Precision               <150mm.               >150 mm.
<7          SH,H,SPE          SH,H,SPE             H,SPE
8 – 20    SH,S                   S, SH                     SH,H
>20        SS                       SH,H                      SH,H

3. ความเหมาะสมกับเครื่องจักร
 
       ในการ set กระแสไฟฟ้าของเครื่องจักร (Condition ของเครื่อง) สามารถตั้งกระแสไฟตามประเภทของลวดแต่ละชนิดได้กัน  ดังนั้นบางครั้งเราจะพบว่า การตัดงานชิ้นเดียวกันแต่ใช้ลวดคนละชนิดกันจะมีความแตกต่างกันทั้งความเร็ว,ควมมละเอียด,ขนาดของชิ้นงาน ถึงแม้จะเป็นลวดทองเหลืองเหมือนกัน
 
       ในยุโรปจะมีลวดที่ใช้กันทั่วไป โดยจะเป็นลวด Coate Wire ซึ่งจะมีลวดให้เลือกตามความเหมาะสมกับชิ้นงาน Meterial และลักษณะงาน เช่น
1.  Cobra Cut     มีชนิด A, B, D, E, S
2.  Bronco Cut    มีชนิด X, HX
3.  Mega Cut      มีชนิด A, D, T, HS
4.  Brass Wire   
 
โดยลวดแต่ละชนิดดังกล่าวข้างต้น จะเหมาะสมกับชิ้นงานแต่ละชนิด  ซึ่งการเลือกใช้ลวดจะทำให้ตัดงานได้เร็วขึ้น ได้ผิวงานละเอียดขึ้น (ไม่จำเป็นต้องตัดงานหลายรอบ) สามารถควบคุมค่า Clearanceได้ดีกว่า  กล่าวคือลวดแต่ละชนิดจะมี
 
 Conductivity =    9m        แตกต่างกัน
 
การเลือกลวดให้เหมาะกับลักษณะงาน จะทำให้เราไม่จำเป็นต้องปรับความเร็วของการ feed เส้นลวด และไม่ต้องปรับแรงตึงลวด เพื่อป้องกันลวดขาด ในกรณีที่ตัดงานหนาหรือเพิ่มกระแสไฟเพื่อต้องการตัดงานเร็ว
       นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งที่ควรพิจารณาอีกประการคือผู้ผลิต เพราะปัจจุบันมีลวดขายอยู่หลายยี่ห้อ ทั้งเป็นยี่ห้อของโรงงานที่ผลิตเอง และเป็นยี่ห้อที่จ้างผลิตแล้วให้ตีตราแบรนด์เอง ดังนั้น ควรเลือกลวดที่มีมาตรฐานรองรับ เพราะกระบวนการในการผลิตที่มีมาตรฐานทำได้ยากมาก เช่น
 
       -การควบคุมขนาดของลวด Diameter to lerance ต้อง
มีค่า +/- 0.001 มม. และต้องสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น
       -Tensile Strength
       -Conductivity
 
       -การอบลวด และการอบน้ำยาที่มีคุณภาพ
       -ความยาวของลวด
       -
การใช้ลวดที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อใช้แล้วจะมีผลต่อตัวเครื่องจักรและชิ้นงาน
       -ควบคุมขนาดไม่ได้
       -ผิวงานไม่เรียบ
       -ลวดขาด
       -ชิ้นงานเป็นรอยไหม้
       -มีความเขม่าเกาะที่ชิ้นงาน
 
       -อะไหล่เครื่องจักรต้องเปลี่ยนเร็วขึ้น เช่น หัวไกด์ Diamond Guide,Conductivity หรือ Power feed Contact, โรลเลอร์ดึงลวด Roller เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตชิ้นงานสูงขึ้น และได้งานไม่มีคุณภาพทำให้ราคาลดลง ถึงอาจจะต้องเสียเงินเสียเวลาทำชิ้นงานใหม่
การเจียระไน (Grinding)





การ เจียระไนเป็นการแปรรูปวัสดุด้วยการขัดสีด้วยคมตัดที่เป็นวัสดุแข็งที่ถูกยึด ให้ติดกันด้วยตัวยึด และขึ้นรูปเป็นฟอร์มต่างๆ ซึ่งเรียนว่า หินเจียระไน  การเจียระไนด้วยหินเจียระไนสามารถกระทำได้หลายแบบ คือ การเจียระไนราบ (Surface Grinding)  การเจียระไนกลม (Cylindrical Grinding)  และการเจียระไนไร้ศูนย์ (Centerless Grinding)





1.8.1. การเจียระไนราบ (Surface Grinding)


เป็นการเจียระไนผิวราบทั่วไป  ดังรูปที่ 1.1 (a)  ล้อหินเจียระไนหมุนอยู่ในแนวนอน  และชิ้นงานเคลื่อนที่ผ่านล้อหินไปมาในแนวเส้นตรง  (b) ล้อหินเจียระไนหมุนอยู่ในแนวนอน และชิ้นงานกลมหมุนผ่านล้อหิน (c) ล้อหินเจียระไนหมุนอยู่ในแนวตั้ง  และชิ้นงานเคลื่อนที่ผ่านล้อหินไปมาในแนวเส้นตรง  (d)  ล้อหินเจียระไนหมุนอยู่ในแนวตั้ง  และชิ้นงานกลมหมุนผ่านล้อหิน


1.2. การเจียระไนกลม (Cylindrical Grinding)


เป็นการเจียระไนชิ้นงานทรงกระบอก ซึ่งสามารถกระทำได้ทั้งภายนอกและภายใน ดังรูปที่ 1.2 (a) การ เจียระไนภายนอก  ล้อหินเจียระไนหมุนอยู่ในแนวนอน  ส่วนชิ้นงานก็หมุนอยู่ในแนวนอนเช่นกันแต่ชิ้นงานนั้นยังสามารถเคลื่อนที่ไป กลับตามแนวนอนได้ด้วย เพื่อให้สามารถเจียระไนชิ้นงานที่มีความยาวมากๆ ได้  และ (b)  ชิ้นงานหมุนอยู่ในแนวนอน และล้อหินเจียระไนหมุนอยู่ในแนวนอนเช่นกันและล้อหินเจียระไนยังสามารถเคลื่อนที่ไปและกลับในแนวนอนได้ด้วย


1.3. การเจียระไนไร้ศูนย์ (Centerless Grinding)


เป็น เป็นการเจียระไนงานทรงกระบอกที่มีลักษณะคล้ายกับการเจียระไนกลม แต่ต่างกันตรงที่การเจียระไนชนิดนี้จะไม่มีการจับยึดชิ้นงานแต่อย่างไรแต่ อาศัยล้อประคองจำนวนมากเป็นตัวประคอง  ดังรูปที่ 1.3


1.4. ล้อเจียนระไน (Grinding Wheel)



ล้อหินเจียระไนทำมาจากวัสดุเดียวกันตลอดทั้งก้อน โดยวัสดุที่นำมาทำล้อหินเจียระไนมีชนิด  คือ อลูมิเนียมออกไซด์  และซิลิกอนคาร์ไบด์  ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดนี้จะถูกยึดให้ติดกันด้วยตัวยึด แล้วนำมาขึ้นรูปให้มีรูปร่าง และขนาดที่หลากหลาย สามารถเลือกนำไปใช้งานได้หลายแบบ ดังรูปที่ 1.4


ข้อมูลความรู้จาก มทร.วิทยาเขตขอนแก่น
DRO & LINEAR SCALE
BAND : SINO

SINO Digital Readout Systems
ชุดดิจิตอล SINO ใช้งานกับเครื่องจักร กลึง, มิลลิ่ง, เจียระไน เป็นชุดดิจิตอลที่ใช้งานง่ายสะดวก ราคาประหยัดช่วยลดต้นทุน มีแบบ 2 แกน และ 3 แกน คุณภาพเยี่ยมฟังก์ชั่นในการทำงานครบถ้วน
คุณสมบัติ
- เปลี่ยนค่า นิ้ว/มม.
- หาจุดกึ่งกลางพร้อมเครื่องคิดเลขในตัว
- หาตำแหน่งเจาะรูเป็นวงกลม , หาตำแหน่งเจาะรูลาดเอียง
- ตั้งค่าศูนย์ ( 0) , แสดงตำแหน่งเดิมเมื่อเปิดเครื่อง
- ใช้ระบบไฟฟ้า 110V , 220V

LINEAR SCALE SINO
Linear scale คุณภาพดี ทนทาน เหมาะกับการใช้งานกับเครื่องจักรกล มีความละเอียด 5 ไมครอน และ 1 ไมครอน พร้อมซีลกันฝุ่น กรอบอลูมิเนียมแข็งแรงและฝาครอบอย่างดี รับประกันการติดตั้ง 6 เดือน
อุปกรณ์ได้มาตรฐานใช้งานง่ายราคาย่อมเยาว์ต้องSINOครับท่าน หากมีความต้องการให้ทางทีมงานของเราดูแลเครื่องจักรของท่าน ไม่ว่าจะต้องการเครื่องจักรใหม่ ทั้งระบบManualและระบบCNC งานอะไหล่และอุปกรณ์ของเครื่องจักร งานซ่อมแก้ไขเครื่องจักร ติดต่อทีมงานของเราได้ที่ IIT GROUP 
เบอร์โทร 02-195-7347- 49 
หรือ 
www.iitgroup.in.th
"มองหาคุณภาพงานซ่อมเครื่องจักร เจาะจง 
IIT GROUP"
ที่ไหนซ่อมไม่จบบริการไม่ถูกใจ ลองเรียกใช้ 
IIT GROUP ชื่อนี้ไม่ผิดหวังครับ 





เครื่องตัดคุณภาพสูง พร้อมงานบริการหลังการขายดีๆ จากไอไอที กรุ๊ป เครื่องตัดเหล็กหนา 4 มิล ยาว 2 เมตร ขนาดพอเหมาะกับ งานโลหะแผ่น ราคาสบายๆ พร้อมส่งให้ถึงมือลูกค้า และรุ่นอื่นๆอีกเพียบ ทั้งงานหนา งานยาว เราพร้อมบริการทุกที่ทั่วประเทศ  งานขายพร้อมดูแลเครื่องจักร  เรื่องงานโลหะแผ่น ไว้ใจเรา ไอไอที กรุ๊ป 






สนใจปรึกษาและสอบถามได้ที่ เอกชัย ไอไอที กรุ๊ป 084-7711559 หรือwww.iitgroup.in.th
เราพร้อมให้บริการ คำแนะนำ ปรึกษา เกียวกับ เครื่องพันช์ เครื่องปั้ม Turret Punch Press Murata 

#‎Murata‬#Muratec# เครื่องพันช์#Punch#Punching#Turret Punch Press#Turret Punch#มูราตะ#Murata punch#Murata Punching#muratec Punch#muratec Punching#งานพันช์#งานโลหะแผ่น#เครื่องพันช์ cnc#ขายเครื่องพับ

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วันนี้คุณใช้สารหล่อลื่นดูแลเครื่องจักรแล้วหรือยัง???
สารหล่อลื่น (Lubricant) 
คือ สารหรือวัสดุที่ใช้ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนของเครื่องจักรกล 
ซึ่งอาจอยู่ในรูปของของแข็ง ของแข็งที่บดเป็นผง ของเหลวหรือก๊าซ แต่สารหล่อลื่นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางจะอยู่ในรูปของเหลว เช่นน้ำมันหล่อลื่นและสารที่มีลักษณะเหนียวคือ จาระบี
เหตุผลที่ต้องมีการหล่อลื่น
ช่วยลดความฝืดระหว่างชิ้นงานที่เสียดสีกัน
ช่วยระบายความร้อนช่วยป้องกันการกระทบกันโดยตรงของผิวชิ้นงานที่มีการเสียดสีกัน
การหล่อลื่นแบบเปียกแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ
1. การหล่อลื่นแบบสมบูรณ์
2. การหล่อลื่นแบบไม่สมบูรณ์
การหล่อลื่นแบบสมบูรณ์คือ การหล่อลื่นแบบที่มีฟิล์มน้ำมันเป็นตัวกลางรับ
ภาระได้ทั้งหมด โดยที่ผิวทั้งสองของชิ้นส่วนจะไม่สามารถสัมผัส
กันตลอดเวลาการหมุน ดังนั้น โอกาสที่ชิ้นส่วนทั้งสองจะสึกหรอเร็วจึงมีน้อยลง การหล่อลื่นแบบนี้บางทีจะเรียกว่า Perfect 
Lubricant
การหล่อลื่นแบบไม่สมบูรณ์
คือ การหล่อลื่นแบบที่มีฟิล์มน้ำมันไม่สามารถที่จะรอง
รับภาระไว้ได้ทั้งหมดทำให้เกิดการสัมผัสระหว่างผิวหน้าทั้งสอง การหล่อลื่นแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อมีน้ำมันหล่อลื่นไม่เพียงพอ 
และน้ำมันหล่อลื่นเสื่อมคุณภาพและเกิดขึ้นในขณะที่เพลาเริ่มหมุนหรือเคลื่อนที่
หน้าที่ของน้ำมันหล่อลื่น
1. ช่วยหล่อลื่น
2. ช่วยระบายความร้อน
3. ช่วยรักษาความสะอาด
4. ช่วยป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน
5. ช่วยกระจายความสกปรก
คุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพ
ความข้นใสเหมาะสมกับการใช้งาน เกาะยึดผิวหน้าโลหะได้ดี
ไม่เป็นฟองง่ายคงทนต่อความร้อนและทนต่อการทำปฏิกิริยา
กับออกซิเจนรับแรงกดได้สูงเป็นด่างอย่างอ่อนมีความสามารถในการชะล้าง
แล้วอย่าลืมดูแลเครื่องจักรของท่านกันนะครับ หากมีความต้องการให้ทางทีมงานของเราดูแลเครื่องจักรของท่าน ไม่ว่าจะต้องการเครื่องจักรใหม่ ทั้งระบบManualและระบบCNC งานอะไหล่และอุปกรณ์ของเครื่องจักร งานซ่อมแก้ไขเครื่องจักร ติดต่อทีมงานของเราได้ที่ IIT GROUP เบอร์โทร 02-195-7347- 49 
หรือ 
www.iitgroup.in.th
"มองหาคุณภาพงานซ่อมเครื่องจักร เจาะจง 
IIT GROUP"

ที่ไหนซ่อมไม่จบบริการไม่ถูกใจ ลองเรียกใช้ 
IIT GROUP ชื่อนี้ไม่ผิดหวังครับ